วิธีดูแลตัวเองจากฝุ่น PM 2.5 ภัยร้ายที่กำลังคุกคามทุกลมหายใจ

เรากำลังถูกคุกคามจากฝุ่น PM 2.5 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ และไม่รู้อีกว่าฝุ่นที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศจะสลายไปเมื่อไหร่ จะคอยให้ฝนมาช่วยชะล้างก็คาดการณ์วันเวลาที่แน่นอนไม่ได้ หรือจะรอมาตรการจากใครก็ตามก็ดูจะเป็นอะไรที่น่าเหนื่อยใจ เพราะฉะนั้น วิธีดูแลตัวเองจากฝุ่น PM 2.5 จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรตระหนักและเริ่มปฏิบัติกันได้เลยตั้งแต่วันนี้ แถมสามารถบอกต่อถึงคนรอบข้างได้โดยไม่ต้องรอใคร !!

วิธีดูแลตัวเองจากฝุ่น PM 2.5

ฝุ่น PM 2.5 คืออะไร มาจากไหน

ฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนขนจมูกไม่สามารถกรองได้ ทำให้ฝุ่น PM 2.5 สามารถผ่านจมูกเข้าสู่ปอดและหลอดเลือดของเราได้

แหล่งที่มาของฝุ่น PM 2.5 มาจากหลายที่ ได้แก่ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์, การเผาป่า / เผาขยะ, ฝุ่นจากงานก่อสร้าง, ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

ฝุ่น PM 2.5 มีผลต่อสุขภาพอย่างไร

การสูดดมของฝุ่น PM 2.5 ไม่ว่าจะจากแหล่งใดก็ตาม จะก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย เช่น

– กระตุ้นให้คนที่มีโรคระบบทางเดินหายใจเกิดอาการกำเริบ เช่น โรคภูมิแพ้, หอบหืด เป็นต้น

– ก่อให้เกิดการระคายเคืองจมูก ไอและมีเสมหะ

– กระตุ้นให้คนที่มีโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดเรื้อรังมีอาการกำเริบ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

– ในระยะยาวอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของปอดลดลง ก่อให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง และเพิ่มโอกาสที่ทำให้เกิดมะเร็งปอดได้อีกด้วย

ตัวเลขระดับไหนที่แสดงว่าคุณภาพ “อากาศไม่ดี”

จากข้อมูลจากแอพ AirVisual จัดระดับคุณภาพอากาศไว้หลายข้อ ดังนี้

0 – 50 ดี : คุณภาพอากาศน่าพึงพอใจและไม่มีความเสี่ยงหรือมีความเสี่ยงน้อย แนะนำให้ระบายอากาศบ้านของคุณ

51 – 100 ปานกลาง : บุคคลที่อ่อนไหวควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมภายนอกบ้านเนื่องจากพวกเขาอาจมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ

101 – 150 ไม่ดีต่อสุขภาพสำหรับกลุ่มที่อ่อนไหว : สาธารณชนและโดยเฉพาะบุคคลที่อ่อนไหวมีความเสี่ยงที่จะได้รับการระคายเคือง และปัญหาทางระบบทางเดินหายใจ

151 – 200 ไม่ดีต่อสุขภาพ : ความเป็นไปได้ที่เพิ่มขึ้นของผลกระทบอันไม่พึงประสงค์และอาการที่รุนแรงขึ้นต่อหัวใจและปอดท่ามกลางสาธารณชน โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มที่อ่อนไหว

201 – 300 ไม่ดีต่อสุขภาพมาก : สาธารณชนจะได้รับผลกระทบอย่างสังเกตเห็นได้ชัด กลุ่มที่อ่อนไหวจะพบว่ามีความทนทานที่น้อยลงในกิจกรรมต่างๆ บุคคลเหล่านี้ควรอยู่ภายในบ้านและจำกัดกิจกรรมต่างๆ

301 – 500 เป็นอันตราย : สาธารณชนและกลุ่มที่อ่อนไหวมีความเสี่ยงสูงมากที่จะได้รับการระคายเคืองมากและผลกระทบต่อสุขภาพอันไม่พึงประสงค์ที่อาจกระตุ้นโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ ทุกๆ คนควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายและอยู่ภายในบ้าน

วิธีดูแลตัวเองจากฝุ่น PM 2.5

1. สวมหน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่น PM 2.5

หลายคนอาจรู้เพียงว่า หน้ากากอนามัยจะต้องเป็นแบบ N95 เท่านั้น แต่ความเป็นจริงแล้วยังมีหน้ากากอนามัยอีกหลายประเภทที่ช่วยป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้แก่ FFP1 , FFP2 , FFP3 , R95 , P95 , P1 , P2 , P3 ครับ (ข้อมูลจากเพจ Drama-addict)

2. งดออกกำลังกายกล้างแจ้ง

แม้การสวมหน้ากากอนามัย N95 หรือประเภทใดก็ตามที่ป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้ แต่การใส่ออกกำลังกายหรือวิ่งกลางแจ้งก็ไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัย แถมยังมีโอกาสเกิดอันตรายแก่ร่างกายได้อีกด้วยครับ เพราะหากใส่หน้ากากวิ่งด้วยใช้แรงดูดด้วยก็จะทำให้ร่างกายเหนื่อยมากกว่าปกติจนทนไม่ได้ (ข้อมูลจาก Read Thairun)

3. เตรียมยาให้พร้อม

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงหรือเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจควรพกยาที่ทานประจำหรือยาแก้แพ้ติดตัวไว้เสมอ

4. ทานอาหารที่มีประโยชน์

ทานอาหารที่มีประโยชน์ที่ว่าไม่ใช่ว่าอะไรก็ได้ที่มีประโยชน์นะครับ จะเป็นอาหารจำพวกที่มีสารอาหารประเภทวิตามิน เช่น

– วิตามิน A และเบต้า-แคโรทีน พบมากแครอท ตำลึง ผักบุ้ง ฟักทอง มันเทศ มันหวาน มะม่วง มะละกอ ฯลฯ มีส่วนช่วยให้ประสิทธิภาพการทำงานของปอดให้ดีขึ้น

– วิตามิน C และวิตามิน E ที่มีอยู่ในผลไม้และผักใบเขียวต่างๆ ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดภาวะการอักเสบที่อาจเกิดจากฝุ่น PM 2.5

– โอเมก้า-3 พบมากในปลาต่างๆ

– ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) พบมากในบร๊อคโคลี และผักตระกลูกะหล่ำต่างๆ มีคุณสมบัติโดดเด่น ช่วยในกระบวนการกำจัดสารพิษและต้านมะเร็งได้

(ข้อมูลจาก เอ๊กซ์ต้า พลัส)

5. อย่ารอ ! ที่จะหาหมอ

เรื่องที่หลายคนอาจจะมองว่าเพราะคิดว่าเป็นเล็กๆ น้อยๆ หายากินเองเดี๋ยวก็หาย ผมขอฝากไว้นะครับว่าชั่วโมงนี้ไม่ควรเสี่ยงดีกว่าครับ เพราะปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายมากกว่าที่เราคิด ดังนั้นหากพบความผิดปกติ อย่ารอ ! ที่จะไปหาหมอ

อ้างอิงจาก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *