ซัมซุงยอมรับ “ไม่รอดพ้น” วิกฤตขาดแคลนชิปหน่วยความจำ แม้เร่งดัน Galaxy AI เต็มกำลัง

แม้ซัมซุงจะเดินหน้าเร่งเครื่องกลยุทธ์ AI บนอุปกรณ์มือถืออย่างหนัก ด้วยแผนเพิ่มจำนวนอุปกรณ์ที่รองรับ Galaxy AI เป็น 800 ล้านเครื่องในปี 2026 แต่บริษัทก็ยอมรับอย่างชัดเจนว่า ไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบจากวิกฤตขาดแคลนชิปหน่วยความจำระดับโลกได้
ทีเอ็ม โรห์ ซีอีโอร่วมของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ระบุว่า วิกฤตครั้งนี้เป็นสถานการณ์ “ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” และ ไม่มีบริษัทใดในอุตสาหกรรมที่รอดพ้นจากผลกระทบ ไม่เว้นแม้แต่ซัมซุงเอง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก
ในภาพรวมวิกฤตขาดแคลนชิปหน่วยความจำกลับส่งผลบวกต่อธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์หลักของซัมซุงจากราคาชิปที่พุ่งสูงขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งธุรกิจสมาร์ทโฟนซึ่งเป็นแหล่งรายได้ใหญ่อันดับสองของบริษัท กลับเผชิญแรงกดดันโดยตรง ซึ่งต้นทุนชิปที่เพิ่มขึ้นกระทบทั้งสมาร์ทโฟน, สมาร์ททีวี และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
โรห์ยอมรับว่าผลกระทบบางส่วนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และไม่ได้ตัดความเป็นไปได้เรื่องการปรับราคาสินค้าในอนาคต แม้ซัมซุงจะพยายามทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์เพื่อวางกลยุทธ์ระยะยาวในการลดแรงกระแทกจากต้นทุนที่สูงขึ้นก็ตาม
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์จาก IDC และ Counterpoint มองตรงกันว่า ตลาดสมาร์ทโฟนโลกมีแนวโน้มหดตัวในปีหน้า หากวิกฤตชิปหน่วยความจำยังยืดเยื้อ เพราะราคาต้นทุนที่สูงขึ้นอาจถูกผลักไปยังผู้บริโภคโดยตรง
แม้ซัมซุงจะยังเดินเกมรุกด้าน AI เพื่อสร้างความแตกต่างจาก Apple และคู่แข่งจีน แต่ปัจจัยต้นทุนจากชิปก็กลายเป็น ตัวแปรเสี่ยงสำคัญ ที่อาจชะลอการตัดสินใจซื้อของผู้ใช้ในวงกว้าง
ที่มา reuters


