รีวิว Samsung Galaxy S26 Ultra ใช้จริง 1 สัปดาห์ หลายสิ่งที่รู้สึกชอบ บางสิ่งที่ยังรู้สึกเอ๊ะ ๆ

รีวิว Samsung Galaxy S26 Ultra

กว่าหนึ่งสัปดาห์ที่ได้ทดลองใช้ Galaxy S26 Ultra มีหลายสิ่งที่รู้สึกชอบ บางสิ่งที่ยังรู้สึกเอ๊ะ ๆ อยู่บ้าง วันนี้ผมเลยมาแชร์ประสบการณ์ให้ผู้อ่านได้รับทราบ เผื่อใครที่ยังไม่ชัวร์ว่าจะตัดสินใจซื้อดีไหมก็สามารถเลือกพิจารณาจากข้อมูลนี้เพิ่มเติมได้ครับ

ขอบมุมของตัวเครื่องที่มีความโค้งมน

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดใน S26 Ultra มีขอบมุมที่โค้งมนมากขึ้น ลดความรู้สึกเหลี่ยมคมตามที่พบในรุ่นก่อนหน้า มีความหนาเพียง 7.9 มิลลิเมตร น้ำหนักเบาขึ้น เพิ่มความสะดวกในการพกพา พร้อมทั้งรักษาคุณสมบัติการใช้งานด้วยมือเดียวได้ดีขึ้น นอกจากนี้ตัวเครื่องยังไม่ลดทอนความแข็งแรงของโครงสร้าง การใช้วัสดุ Armor Aluminum เป็นปัจจัยหลักที่สนับสนุนจุดนี้ครับ

โมดูลกล้องที่ให้ความรู้สึกคล้ายกับบางรุ่น

โมดูลกล้องของ S26 Ultra เป็นแบบยกสูงบริเวณมุมซ้ายบนของตัวเครื่อง ผสานเข้ากับตัวเครื่องอย่างกลมกลืนเพื่อความสวยงาม ซึ่งในความรู้สึกส่วนตัวมองว่ามีความคล้ายคลึงกับ Galaxy Z Fold 7

อย่างไรก็ตามการออกแบบโมดูลกล้องแบบยกสูง ทำให้ตัวเครื่องเกิดการโยกเยกเมื่อวางในลักษณะหงายหน้าจอขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแตะหรือพิมพ์ข้อความบนหน้าจอ ซึ่งอาจสร้างความไม่สะดวกให้กับผู้ใช้งานบางกลุ่ม หรือกับพฤติกรรมการใช้งานในบางช่วงเวลาที่คนใช้งานอาจจะรู้สึกเมื่อยล้าเมื่อต้องถือสมาร์ทโฟนในมือนานๆ จึงอาจใช้การวางกับโต๊ะเพื่อใช้งาน ปัญหานี้เกิดจากการวางตำแหน่งโมดูลกล้องที่ไม่สมมาตรบริเวณมุมซ้ายบนของตัวเครื่อง ซึ่งทำให้จุดสัมผัสกับพื้นผิวไม่เท่ากัน

ซึ่งการแก้ปัญหานั้นง่ายมากครับ เพียงใช้เคสป้องกันที่มีความหนาพอสมควร เพื่อช่วยปรับระดับให้ตัวเครื่องวางราบเรียบยิ่งขึ้นนั่นเอง

ปากกา S Pen ที่มีขนาดเล็กลง

อีกหนึ่งจุดที่ปรับขนาดให้เล็กลง คือ ปากกา S Pen ครับ ซึ่งเป็นการออกแบบให้บางลงเพื่อให้เข้ากับตัวเครื่อง S26 Ultra ที่บางขึ้น หากใครที่จะเสียบในช่องเก็บรุ่นก่อนหน้า เช่น S25 Ultra ก็ไม่สามารถทำได้ และปากกา S Pen ใน S25 Ultra ก็ไม่สามารถเก็บในช่องเก็บของ S26 Ultra ได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตามปากกา S Pen ใน S26 Ultra ก็ยังขาดบลูทูธอยู่เช่นเดิม จะใช้เป็นรีโมทควบคุมกล้องไม่ได้ แต่ยังคงเน้นที่การเขียนด้วย latency ต่ำ เขียนลื่นครับ

Privacy Display จุดขายหลักของ S26 Ultra

ผมเชื่อผู้อ่านหลายท่านคงเห็นรีวิวของพี่ ๆ บล็อกเกอร์, อินฟลูเอนเซอร์หลาย ๆ ท่านที่รีวิวฟีเจอร์นี้กันไปบ้างแล้ว สำหรับในมุมของผมนั้น Privacy Display สามารถปรับระดับการป้องกันได้หลายรูปแบบ เช่น ปกป้องทั้งหน้าจอ เฉพาะแอปพลิเคชัน เช่น แอปธนาคาร หรือการแจ้งเตือนที่เราไม่ต้องการให้คนรอบข้างเห็นในเวลาที่สถานที่ที่คนพลุกพล่าน โดยการเปิดใช้งานสามารถทำได้ง่ายผ่าน Quick Panel หรือตั้งค่าให้กดปุ่ม Power สองครั้ง

เมื่อเปิดใช้งาน Privacy Display ไม่ได้ลดความสว่างหรือความคมชัดของหน้าจอมากนัก และรองรับ S Pen กับการสัมผัสเต็มรูปแบบ เป็นเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ในตัวเครื่องที่ทำงานโดยไม่เปลี่ยนแปลงความรู้สึกพื้นผิวขณะเลื่อนนิ้วบนหน้าจอ ช่วยรักษาสัมผัสแบบเดิมไว้โดยไม่ต้องพึ่งพาวัสดุภายนอกนั่นก็คือ ฟิล์มเสริม ที่อาจทำให้การใช้งานรู้สึกแตกต่างหรือทัชไม่สะดวก

ระหว่างติดฟิล์มกันเผือกกับยอมจ่ายหลักหมื่นเพื่อ Privacy Display

จากรีวิว Privacy Display ใน S26 Ultra ที่หาได้ง่ายตามโซเชียล แน่นอนว่าย่อมกระตุ้นให้คนใช้ Galaxy S25 Ultra หรือรุ่นที่เก่ากว่าและชอบฟีเจอร์ใหม่นี้เกิดคำถามว่าแล้วมันน่าใช้ไหม ?

ต้องแยกเป็นแบบนี้ครับว่า Privacy Display นั้นมีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับระดับการป้องกันได้ตามสถานการณ์ เช่น เปิดเฉพาะตอนใช้แอปธนาคาร และปิดเมื่อใช้งานปกติ โดยไม่กระทบต่อความสว่างหรือสีสันของหน้าจอ ไม่ทำให้ความรู้สึกเวลาใช้นิ้วสัมผัสและการขีดเขียนด้วยปากกา S Pen บนหน้าจอเปลี่ยน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่ต้องจ่ายหลักหมื่น หากไม่มีการเทรดเครื่องหรือใช้สารพัดโปรโมชัน

ขณะที่ฟิล์มกันส่อง หรือภาษาบ้าน ๆ ว่าฟิล์มกันเผือก ก็เป็นทางเลือกที่สะดวกและรวดเร็วสำหรับคนที่ใช้ Galaxy S25 Ultra หรือรุ่นที่เก่ากว่า โดยไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่ ทำให้เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการปกป้องความเป็นส่วนตัวภายใต้งบประมาณที่มีจำกัด หรือยังไม่เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนเพราะเครื่องที่ใช้อยู่เดิมก็ยังแรงยังใช้งานได้เป็นปกติ อย่างไรก็ดีแม้จะเป็นตัวช่วยที่เข้าถึงง่าย แต่ด้วยความฟิล์มมีหลายประเภทหลายยี่ห้ออาจทำให้หน้าจอรู้สึกหยาบหรือฝืดขณะเลื่อนนิ้ว ซึ่งอาจรบกวนประสบการณ์ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ใช้งานหน้าจอสัมผัสเป็นเวลานาน และฟิล์มอาจเสื่อมสภาพตามเวลา เช่น มีรอยขีดข่วน หลุดลอก หรือลดประสิทธิภาพการป้องกัน และไม่สามารถปรับแต่งเฉพาะส่วนได้

โดยสรุป คือ การติดฟิล์มกันเผือกเหมาะสำหรับผู้ที่มองหาทางเลือกที่ประหยัดและรวดเร็ว โดยเฉพาะหากเครื่องปัจจุบันยังใช้งานได้ดี แต่ Privacy Display ให้ประสบการณ์ที่ใหม่กว่า มีความยืดหยุ่นและไม่กระทบต่อการใช้งานพื้นฐาน ทำให้คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องอะไรใหม่ ๆ จากสมาร์ทโฟน ส่วนการเลือกควรขึ้นอยู่กับความต้องการเฉพาะ เช่น งบประมาณ เป็นต้นครับ

กล้องถ่ายภาพ

ระบบกล้องของ S26 Ultra ยังคงความเรียบง่ายสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป โหมดอัตโนมัติ (Auto Mode) ที่ปรับตั้งค่าอัตโนมัติตามสภาพแสงและฉาก เช่น โหมด Nightography สำหรับถ่ายในที่มืด ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ถ่ายภาพได้รวดเร็วโดยไม่ต้องปรับแต่งมากนัก สามารถเข้าถึงกล้องได้รวดเร็วด้วยฟีเจอร์อย่าง Quick Launch กดปุ่ม Power สองครั้งเพื่อเปิดกล้อง

ฟีเจอร์ขั้นสูงสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ

อาทิ การเพิ่มตัวเลือกความละเอียดถ่ายภาพจากกล้องหลัง ซึ่งเดิมทีจะกำหนดมาให้แต่แรกให้เลือกเพียง 12MP, 50MP, 200MP ซึ่งผู้ใช้สามารถเพิ่มตัวเลือกความละเอียด 24MP ผ่าน Camera Assistant ซึ่งเหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่ต้องการสมดุลระหว่างรายละเอียดและขนาดไฟล์ ซึ่งผู้อ่านที่สนใจฟีเจอร์นี้ ( ผมทำคลิปแนะนำวิธีเปิดใช้ตัวเลือกไว้ใน TikTok : ตามใจ Mobile แล้วครับ หรือดูจากคลิปที่แปะไว้ในบทความนี้ได้เลยเช่นกัน )

@tarmjaimobile

หนึ่งในฟีเจอร์ลับ ! ของ S26 Ultra ที่ซัมซุงไม่ได้บอกเรา #ตามใจ #samsung #galaxys26ultra

♬ original sound – Music Lyrics🎶

ขณะที่การถ่ายภาพนิ่งในโหมด Expert RAW ยังมีตัวเลือกช่วยปรับทิศทางของแสงให้กับใบหน้าของผู้ที่ถูกถ่าย ก่อนที่จะลงมือกดชัตเตอร์ถ่ายภาพได้ด้วย ( ลงคลิปไว้ใน Tik Tok : ตามใจ Mobile ไว้อีกเช่นเดียวกันครับ )

@tarmjaimobile

ฟีเจอร์ปรับทิศทางของแสงก่อนถ่ายภาพใน Galaxy S26 Ultra ที่ซัมซุงยังไม่ได้บอกเรา #ตามใจ #GalaxyAI #GalaxyS26Ultra #BeyondtheGalaxy #samsung

♬ As Long As We’re Together – HateBerry

ส่วนของการถ่ายวิดีโอการมาของฟีเจอร์ Horizontal Lock ในวิดีโอ ช่วยลดปัญหาการถ่ายวิดีโอที่บางครั้งผู้ใช้อาจจะเผลอถ่ายเอียงโดยไม่ตั้งใจ แต่ฟีเจอร์จะช่วยให้ล็อกวีดีโอนั้นให้ตรงได้อัตโนมัติครับ นอกจากนี้สำหรับการถ่ายวิดีโอยังมี LOG Video สำหรับการบันทึกวิดีโอในรูปแบบ RAW ที่ปรับแต่งสีและแสงได้ละเอียดในโปรแกรมหลังการถ่ายได้

ฟีเจอร์ Galaxy AI ที่อัปเดตเพิ่มเติมใน S26 Ultra

Photo Assist: เครื่องมือแก้ไขรูปภาพที่เราสามารถพิมพ์ข้อความ หรือพูดสั่งได้ เช่น พูดว่า “เพิ่มเค้กชิ้นที่หายไป” แล้ว AI จะสร้างภาพใหม่ให้สมจริง ช่วยให้แก้ไขรูปได้ง่ายโดยไม่ต้องกระโดดไปใช้แอปตัวอื่น แต่บางครั้งการแก้ไขภาพหรือการเข้าใจภาษาอาจไม่ perfect นักโดยเฉพาะในกรณีที่มีความซับซ้อนของข้อความ

Now Nudge: AI ที่วิเคราะห์ข้อความ แจ้งเตือน หรือบริบท แล้วแนะนำคำตอบหรือดึงข้อมูลจากเครื่อง เช่น ถ้ามีข้อความถามแผนการเดินทาง มันจะดึงข้อมูลจากปฏิทินมาช่วยตอบ

Audio Eraser: ลบเสียงรบกวนจากวิดีโอที่มีมาตั้งแต่ S25 Ultra รอบนี้ใน S26 Ultra สามารถใช้งานร่วมกับวิดีโอ YouTube ได้ด้วย

ซึ่ง Galaxy AI ใน Galaxy S26 Ultra ต้องบอกว่าฟีเจอร์ส่วนใหญ่ต่อยอดจากรุ่นก่อน ไม่ใช่นวัตกรรมใหม่ทั้งหมด ทำให้ผู้ใช้ S25 Ultra อยู่เดิมอาจรู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงไม่มากเท่าไหร่ ซึ่งในอนาคตหาก Samsung มีการอัปเดตซอฟต์แวร์เพิ่มเติมตระกูล Galaxy บางรุ่นก็อาจได้ใช้บางฟีเจอร์เหมือน S26 Ultra และที่เราไม่พูดถึงไม่ได้ คือ ทุกวันนี้มีแอป AI ให้เลือกใช้สารพัดด้วยครับ

สรุปสุดท้าย กับคำถามยอดฮิตที่ผมมักจะโดนเพื่อน ๆ ถาม คือ “S26 Ultra ดีไหม?”

สำหรับผมแล้ว S26 Ultra มีจุดดีที่น่าใช้ครับ ตัวเครื่องเบา,​ ตัวเลือกสีที่น่าจะถูกโฉลกกับผู้อ่านหลายท่าน (ส่วนตัวผมชอบสีฟ้า Sky Blue ครับ) กล้องในโหมด Auto ยังคงความง่ายในการใช้สำหรับผู้ใช้ทั่วไป แต่หากต้องการใช้งานกล้องแบบขั้นสูงขึ้น S26 Ulta ก็มีลูกเล่นมากมายที่ให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกันครับ 

Privacy Display อย่างที่ผมบอกไปในช่วงหนึ่งของบทความครับว่า เป็นจุดขายของ S26 Ultra รอบนี้ เป็นฟีเจอร์ปกป้องความเป็นส่วนตัวที่จับต้องได้จริง มีความยืดหยุ่นในการเลือกใช้งาน แต่จะเพียงพอถึงขั้นให้คนที่ใช้ S25 Ultra เปลี่ยนมาใช้รุ่นใหม่ล่าสุดนี้เลยไหม ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละคนครับ ส่วนใครที่ใช้รุ่นก่อนหน้า S25 Ultra หากเริ่มมีความคิดที่จะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนในจังหวะนี้น่าจะเป็นโอกาสที่ดีครับ 

CK

CK - นามแฝงจากเรื่องใกล้ตัว คอยแบ่งปันเรื่องไอทีผ่านตัวหนังสือที่จะทำให้คนอ่านเข้าใจง่าย ทั้งข่าว, รีวิวมือถือ หรือจะเป็น How to ก็อยากแชร์ให้ทุกคนได้สัมผัสว่าไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจ ... ขอให้มีความสุขกับทุกบทความบนเว็บไซต์ 'ตามใจด็อทคอม' - www.tarmjai.com ครับ ^^

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *