Omise เปิดตัว “Mirai Flash” AI Coworker สำหรับองค์กร เชื่อมต่อเครื่องมือธุรกิจและระบบภายใน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน

บริษัท โอมิเซะ จำกัด (Omise) ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและเทคโนโลยีชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญี่ปุ่น ประกาศเปิดตัว “Mirai Flash” แพลตฟอร์ม AI Coworker บนเดสก์ท็อปตัวแรกที่พัฒนาภายใต้ Mirai ธุรกิจด้าน AI (AI Venture) ของ Omise อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัว “Omise AI Service” บริการที่ปรึกษาด้าน AI สำหรับองค์กรโดยเฉพาะ ซึ่งให้บริการให้คำปรึกษา ออกแบบ และวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน AI เฉพาะสำหรับแต่ละองค์กร
Mirai Flash ถูกสร้างมาเพื่อแก้ปัญหาข้อมูลภายในองค์กรที่กระจัดกระจายอยู่ตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ และไม่เชื่อมต่อกันระหว่างทีม โดยรวบรวมเครื่องมือธุรกิจที่ใช้ประจำวันกับระบบภายในเฉพาะทางขององค์กรเข้าไว้ด้วยกัน ผู้ใช้ในองค์กรจึงสามารถทำงานได้ผ่านอินเทอร์เฟซแบบแชตเพียงหน้าจอเดียว ภายใต้การควบคุมของผู้ดูแลระบบที่สามารถกำหนดได้ว่า Mirai Flash เข้าถึงเครื่องมือใดและดำเนินการใดได้บ้าง ขณะที่เนื้อหาของลูกค้าจะไม่ถูกนำไปเทรนโมเดล AI ตามข้อตกลงที่มีกับผู้ให้บริการโมเดล
นายยูสุเกะ โทมิโมโตะ (Yusuke Tomimoto) ประธานกลุ่มบริษัท Omise (Group Chairman) กล่าวถึงวิสัยทัศน์ระดับภูมิภาคว่า “ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา Omise มุ่งมั่นนำเทคโนโลยีที่สร้างการเปลี่ยนแปลงมาสู่ภาคธุรกิจทั่วเอเชีย การเปิดตัวแบรนด์ Mirai และ Mirai Flash ครั้งนี้เป็นหมุดหมายเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของกลุ่มบริษัท พันธกิจของเราไม่ได้หยุดอยู่ที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน เรากำลังนำ AI มาประยุกต์ใช้จริงเพื่อเสริมความคล่องตัวให้องค์กร แก้ปัญหาคอขวดด้านผลิตภาพที่ฝังอยู่ในระบบการทำงาน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจทั่วภูมิภาค”
นายจุน ฮาเซกาวา (Jun Hasegawa) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Omise กล่าวถึงที่มาและผลลัพธ์ของแพลตฟอร์มว่า “Mirai ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อลงแข่งในสนามการพัฒนาโมเดลพื้นฐาน (Foundation Model) แต่เกิดจากปัญหาการทำงานที่เราเจอจริงภายในองค์กรของเราเอง เรามองว่าอุปสรรคสำคัญของคนทำงานยุคนี้ไม่ใช่การขาดเครื่องมือ แต่เป็นการที่เครื่องมือและข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ในระบบต่าง ๆ พนักงานจึงต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงไปกับการสลับแอปพลิเคชันและค้นหาข้อมูลจากหลายแหล่ง เราจึงพัฒนา Mirai Flash ขึ้นมาแก้ปัญหานี้ภายในองค์กร นับตั้งแต่เริ่มใช้งานภายใน Mirai Flash ช่วยให้ทีมของเราประหยัดเวลาไปแล้วกว่า 100 ชั่วโมง งานที่ต้องทำผ่านเครื่องมือหลายตัวและหลายขั้นตอน ซึ่งเคยใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวัน สามารถจัดการได้ภายในไม่กี่นาทีด้วย Mirai Flash”
Mirai Flash ทำงานในรูปแบบแอปพลิเคชันบนเดสก์ท็อป รองรับทั้ง macOS และ Windows โดยมีจุดเด่น 4 ด้านสำหรับการใช้งานระดับองค์กร ได้แก่
- Custom Software Integration Support สำหรับองค์กร: เชื่อมต่อกับเครื่องมือธุรกิจและแหล่งข้อมูลที่ใช้ประจำวัน เช่น Slack, Jira, Google Workspace, BigQuery และ BambooHR ผ่าน Model Context Protocol (MCP) ซึ่งเป็นมาตรฐานเปิด (Open Standard) สำหรับเชื่อมแอปพลิเคชัน AI เข้ากับเครื่องมือและข้อมูลภายนอก สำหรับลูกค้าองค์กร Mirai Flash ยังรองรับการเชื่อมต่อกับระบบภายในและระบบท้องถิ่นเฉพาะทางผ่าน Custom Integration ที่พัฒนาเฉพาะสำหรับแต่ละองค์กร ช่วยให้ผู้ใช้ดึงข้อมูลแบบเรียลไทม์และส่งต่องานข้ามแพลตฟอร์มแบบอัตโนมัติได้ภายในหน้าต่างเดียว
- Tailored Modes for Every Team: ปรับการทำงานให้สอดคล้องกับเวิร์กโฟลว์และบริบทของแต่ละสายงาน ได้แก่ ฝ่ายบริการลูกค้า (Customer Support) ฝ่ายการเงินและบัญชี (Finance & Accounting) ฝ่ายกฎหมาย (Legal) ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ฝ่ายขายและพันธมิตร (Sales & Partnerships) ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) และผู้บริหาร (Executive Leadership)
- Administrator-Controlled Governance: องค์กรมีอำนาจควบคุมอย่างสมบูรณ์ โดยผู้ดูแลระบบ (IT Admin) สามารถกำหนดได้ว่า Mirai Flash เข้าถึงเครื่องมือใดและดำเนินการใดได้บ้าง รวมถึงบังคับใช้นโยบายขององค์กรผ่านการตั้งค่าสิทธิ์อย่างละเอียด
- Enterprise Security & Data Protection: ภายใต้ข้อตกลงที่มีกับผู้ให้บริการโมเดล AI เนื้อหาของลูกค้าจะไม่ถูกนำไปเทรนโมเดล AI ขณะที่ข้อมูลสำหรับล็อกอิน (Credentials) และ Access Key จะถูกจัดเก็บแบบเข้ารหัสไว้บนอุปกรณ์
นอกจากนี้ Mirai Flash ยังเป็นแพลตฟอร์มแบบ Model Agnostic ที่ไม่ผูกติดกับโมเดลใดโมเดลหนึ่ง ผู้ใช้สามารถสลับใช้โมเดล AI ชั้นนำได้ เช่น GPT-5, Claude Opus 5 และ Gemini พร้อมมี AI Adoption Tools ที่ใช้ระบบ Gamification อย่างการสร้าง Challenge และ Leaderboard เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและการใช้งาน AI ในองค์กร
ด้าน นายปีเตอร์ พรประยุทธ (Peter S. Pornprayuth) รองประธานฝ่ายขายและพันธมิตรระดับโลก Omise กล่าวถึงความท้าทายในการนำ AI มาใช้ในองค์กรว่า “ในโลกธุรกิจองค์กร ไม่มีโซลูชัน AI แบบเดียวที่ใช้ได้กับทุกองค์กร (One-Size-Fits-All) เพราะเวิร์กโฟลว์ โครงสร้างระบบเดิม (Legacy Infrastructure) และข้อกำหนดด้านการกำกับดูแล (Compliance) ของแต่ละอุตสาหกรรมแตกต่างกันมาก Omise จึงนำเสนอทั้ง Mirai Flash ซึ่งทำหน้าที่เป็น Productivity Hub ช่วยให้ทีมทำงานร่วมกับเครื่องมือธุรกิจและระบบภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ Omise AI Service ที่นำทีมวิศวกรและที่ปรึกษาของเราเข้าไปทำงานร่วมกับพันธมิตรองค์กรโดยตรง ตั้งแต่ให้คำปรึกษา ร่วมออกแบบ เชื่อมต่อระบบ ไปจนถึงติดตั้ง AI Ecosystem ที่สร้างให้เข้ากับสถาปัตยกรรมเฉพาะของแต่ละองค์กร อย่างปลอดภัย ราบรื่น และวัดผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้จริง”
ทั้งนี้ Mirai Flash เปิดให้ใช้งานบน macOS และ Windows แล้วตั้งแต่วันนี้ ผู้ใช้ 100 รายแรกสามารถดาวน์โหลดและลงทะเบียนเพื่อเริ่มใช้งานได้ทันทีที่ https://mirai.omise.co/


