สื่อนอกวิเคราะห์ ดีล AI ระหว่าง Apple และ Google อาจเพิ่มความเสี่ยงการผูกขาด AI

จากดีลความร่วมมือระหว่าง Apple และ Google จะใช้ Gemini ของ Google ยกระดับ Apple Intelligence ในอนาคต และ Siri เวอร์ชันใหม่ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอุตสาหกรรม AI ไม่ใช่แค่การอัปเดตเทคโนโลยี แต่เป็นสัญญาณว่าการแข่งขัน AI กำลังเข้าสู่เฟสใหม่ที่เน้น ecosystem การจับมือระหว่างยักษ์ใหญ่ เพื่อเร่งพัฒนาและครองตลาด ขณะเดียวกันสื่อในต่างประเทศก็วิเคราะห์ผลกระทบอีกด้านว่าอาจก่อให้เกิดเรื่องผูกขาดและสร้างผลกระทบต่อคู่แข่งรายอื่นๆ

ผลกระทบต่อ Apple การเร่งเครื่อง AI

Apple ถูกมองว่าล้าหลังในสงคราม AI มานาน โดยเฉพาะหลังจาก ChatGPT ของ OpenAI สร้างกระแสในปี 2022 และคู่แข่งอย่าง Microsoft, Meta, และ Amazon เร่งพัฒนาโมเดลของตัวเอง ดีลนี้ช่วย Apple ไล่ตาคู่แข่งรายอื่นๆ โดยใช้ Gemini เพื่ออัปเกรด Siri ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวกับ iOS 26.4 ในช่วงปลายปี 2026 ซึ่งสอดคล้องกับการเลื่อนกำหนดการเดิมเพื่อให้แน่ใจด้านประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม Apple ยังคงยึด Private Cloud Compute (PCC) (การประมวลผลคลาวด์ส่วนตัว) เพื่อควบคุมต้นทุนฮาร์ดแวร์, ไฟฟ้าและความเป็นส่วนตัว ซึ่งต่างจากคู่แข่งที่พึ่งคลาวด์สาธารณะมากกว่า นักวิเคราะห์อย่าง Dan Ives จาก Wedbush Securities มองว่านี่เป็นดีลใหญ่ที่ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับ Google ในตลาด AI และอาจดึงดูดพันธมิตรอื่นๆ เข้ามาเพิ่ม นักวิเคราะห์มองว่านี่เป็นจุดเปลี่ยนที่ช่วยทำให้ Google ก้าวขึ้นเป็นผู้นำ AI อย่างแท้จริง แต่ก็อาจจุดประกายข้อกังวลเรื่องผูกขาดเพราะ Google ครองตลาดใหญ่เกินไป แต่สำหรับ Apple มันคือการยอมรับว่าเทคโนโลยีในบ้านยังไม่พอ ทำให้อาจเสียภาพลักษณ์ด้านผู้นำนวัตกรรมไปบางส่วน

ผลกระทบต่อคู่แข่ง : การสูญเสียส่วนแบ่งและจุดประกายสงคราม AI

สำหรับ OpenAI ดีลนี้ของ Apple กับ Google ค่อนข้างได้รับกระทบหนักเพราะ Siri ปัจจุบันใช้ ChatGPT สำหรับคำถามซับซ้อน แต่ Apple จะหันมาใช้ Gemini เป็นหลัก ทำให้ OpenAI เสียส่วนแบ่งตลาดใหญ่ นักวิเคราะห์คาดว่าสัญญา OpenAI-Apple อาจสิ้นสุดเมื่อ Siri ใหม่เปิดตัว ซึ่งอาจบีบให้ OpenAI หันไปจับมือกับ Microsoft มากขึ้น

ทางด้าน Meta, Amazon, และผู้ผลิตจีนอย่าง Huawei อาจเร่งพัฒนา AI ของตัวเองเพื่อแข่งขัน ขณะที่ Anthropic (Claude) ที่พลาดดีลไปก่อนหน้านี้เพราะราคาแพง ทำให้การแข่งขันยกระดับไปสู่ beyond LLM (เหนือกว่าโมเดลภาษาขนาดใหญ่) เช่น การกระจาย AI บนอุปกรณ์และฮาร์ดแวร์ สำหรับ Samsung ดีลนี้ถือเป็นประเด็นที่อาจต้องให้ความสำคัญมากขึ้นเพราะต้องแข่งขันกับ Apple ที่ใช้ Gemini เช่นกัน

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม AI โดยรวม

การแข่งขัน AI กำลังเปลี่ยนจาก race to build (แข่งสร้าง) เป็น race to partner (แข่งจับมือ) เพราะบริษัทใหญ่ต้องรวมพลังเพื่อแข่งกับ open-source models และคู่แข่งจีน ดีลนี้เป็นการตอกย้ำว่า AI จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันผ่านสมาร์ทโฟน แต่ก็จุดประกายข้อกังวลเรื่องจริยธรรม, ความเป็นส่วนตัว, และการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น การผูกขาดที่อาจนำไปสู่คดีต่อต้านการผูกขาด

สำหรับตลาดสมาร์ทโฟน AI จะเป็นจุดขายหลักในปี 2026 แต่ขาดแคลนชิป DRAM/NAND ที่อาจทำให้ราคาสูงขึ้น Apple และ Google น่าจะได้เปรียบเพราะควบคุม ecosystem ได้ดีกว่า

ที่มา : Reuters , FORTUNE

CK

CK - นามแฝงจากเรื่องใกล้ตัว คอยแบ่งปันเรื่องไอทีผ่านตัวหนังสือที่จะทำให้คนอ่านเข้าใจง่าย ทั้งข่าว, รีวิวมือถือ หรือจะเป็น How to ก็อยากแชร์ให้ทุกคนได้สัมผัสว่าไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจ ... ขอให้มีความสุขกับทุกบทความบนเว็บไซต์ 'ตามใจด็อทคอม' - www.tarmjai.com ครับ ^^

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *